มาร์จิ้นและเลเวอเรจ

เลเวอเรจสูงสุดถึง 1:1000
เปิดบัญชี

คำเตือนความเสี่ยง: การเทรด CFDs โดยใช้เลเวอเรจสามารถสร้างผลขาดทุนได้สูงกว่าวงเงินลงทุนเริ่มต้น

$5

เงินฝากขั้นต่ำ

0.0 pips

สเปรดเริ่มต้น

0.01 lot

มูลค่าการเทรดขั้นต่ำ

$100

โบนัสต้อนรับ

25%

โบนัสเงินฝาก

1:1000

เลเวอเรจ

เลเวอเรจสูงสุดถึง 1:1000

เลเวอเรจตั้งแต่ 1:1 – 1:1000

ป้องกันบัญชีติดลบ

ระบบตรวจสอบระดับความเสี่ยงแบบเรียลไทม์

ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาร์จิ้นเมื่อเทรดข้ามคืนหรือสุดสัปดาห์

Flexible Leverage from 1:1 up to 1:1000

ที่ ClubFX ลูกค้าสามารถเลือกเลเวอเรจในการเทรดได้ตั้งแต่ 1:1 ถึง 1:1000

เกี่ยวกับเลเวอเรจ

“เลเวอเรจ” คือความสามารถในการควบคุมจำนวนที่ใช้ในการเทรด โดยใช้เงินของเทรดเดอร์จำนวนน้อยหรือไม่ใช้เลยในการลงทุน และจำนวนเงินที่เหลือเป็นการยืมเงินจากโบรกเกอร์เพื่อใช้ในการเทรด

ยกตัวอย่างเช่น เพื่อเทรดรายการซื้อขายที่มีมูลค่า $100,000 โบรกเกอร์จะใช้เงินจากบัญชีของลูกค้าเพียง $1,000 ซึ่งนี่คือในกรณีที่ลูกค้าเลือกใช้เลเวอเรจที่ 1:100

นั่นคือ คุณกำลังเทรดสินทรัพย์มูลค่า $100,000 ด้วยเงินลงทุนเพียง $1,000.

ในกรณีที่เงินลงทุนของคุณมีกำไร $1,000 ยอดเงินคงเหลือเพิ่มเป็น $101,000

ถ้าคุณต้องลงทุนด้วยเงินของคุณเองทั้ง $100,000 ผลตอบแทนของคุณจะนับเป็น 1% ($1,000 กำไร / $100,000 เงินลงทุน)

นี่คือเลเวอเรจ 1:1

แต่ถ้าคุณใช้เลเวอเรจ 1:100 ผลตอบแทนของคุณจะนับเป็น 100% ($1,000 กำไร / $1,000 เงินลงทุน)

 

สมัครบัญชีกับ ClubFX และรับผลประโยชน์จากบริการของเรา!

เลเวอเรจของ Clubfx

ขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีที่คุณเปิดกับ ClubFX ซึ่งคุณสามารถเลือกเลเวอเรจได้ตั้งแต่ 1:1 ถึง 1:1000 ความต้องการใช้มาร์จิ้นจะไม่เปลี่ยนแปลงในระหว่างสัปดาห์ หรือในกรณีที่เปิดรายการซื้อขายข้ามคืน หรือข้ามสัปดาห์ นอกจากนี้ ที่ ClubFX คุณสามารถขอเพิ่มหรือลดเลเวอเรจได้ตามที่คุณต้องการ

เกี่ยวกับมาร์จิ้น

มาร์จิ้นคือจำนวนเงินที่ใช้ในการมัดจำเพื่อเปิดรายการซื้อขาย

ในฟอเร็กซ์ เพื่อเปิดรายการซื้อขาย $100,000 โบรกเกอร์จะต้องการให้คุณวางเงิน $1,000 ไว้ในบัญชีของคุณ เลเวอเรจของคุณจะแสดงในรูปแบบของอัตราส่วน ตามตัวอย่างนี้ค้ือ 1:100 หมายความว่า คุณใช้เงินทุน $1,000 เพื่อเปิดรายการซื้อขาย $100,000  จำนวนเงินทุน $1,000 คือมาร์จิ้น ที่คุณจะต้องมีเพื่อใช้เลเวอเรจนั้น มาร์จิ้นมักจะอยู่ในรูปแบบของเปอร์เซนต์ของจำนวนเงินที่ซื้อขาย โบรกเกอร์มักจะระบุมาร์จิ้น เช่น 2%, 1%, .5% หรือ .25%

มาร์จิ้นที่ถูกใช้ไปแล้ว (USED MARGIN)

คือ จำนวนเงินที่ถูกล็อคไว้ในรายการซื้อขายที่เปิดอยู่ แม้ว่าเงินจำนวนนี้จะยังคงนับว่าเป็นเงินของคุณ แต่คุณจะไม่สามารถถอนมันออกไปได้นอกจากจะปิดรายการซื้อขายนั้นก่อน

มาร์จิ้นที่สามารถใช้ได้ (FREE MARGIN)

จำนวนเงินในบัญชีของคุณที่ยังไม่ได้ใช้ในการเปิดรายการซื้อขาย

MARGIN CALL

คุณจะได้รับ margin call เมื่อจำนวนเงินในบัญชีของคุณน้อยเกินกว่าที่จะรับการขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จะเกิดขึ้นเมื่อจำนวนเงินทุนของคุณน้อยกว่า 50% หรือ จำนวนเปอร์เซนต์ของมาร์จิ้นที่กำหนดไว้ในการเปิดรายการซื้อขายของคุณ ถ้ามี margin call เกิดขึ้น เราจะพยายามแจ้งเตือนคุณว่าคุณมีจำนวนเงินไม่พอสำหรับรายการซื้อขายของคุณ คุณจะได้รับการแจ้งจากโบรกเกอร์ของคุณ แนะนำให้คุณเพิ่มเงินคุณเพื่อให้เพียงพอกับการคงการเปิดรายการซื้อขายนั้นไว้ ถ้าการขาดทุนลงไปถึงระดับ stop-out รายการซื้อขายบางรายการ หรือทุกราย จะถูกปิดตามราคาตลาด

การตรวจสอบระดัับของมาร์จิ้น

ที่ ClubFx คุณสามารถควบคุมและตรวจสอบระดับของความเสี่ยงของคุณ ทั้งมาร์จิ้นที่ใช้ไปแล้ว และที่ยังสามารถใช้ได้

โดยการตรวจสอลผ่านทาง MetaTrader ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มของเรา ซึ่งจะแสดงระดับของความเสี่ยงของคุณแบบเรียลไทม์ ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดในการใช้มาร์จิ้นของลูกค้าแต่ละราย แพลตฟอร์มจะคำนวณทั้งเงินทุนที่ต้องใช้เพื่อให้รายการซื้อขายยังคงเปิดต่อไปได้ และจำนวนเงินทุนที่สามารถใช้เพื่อเปิดรายการซื้อขายใหม่

STOP-OUT LEVEL

เมื่อเงินทุนของคุณลดไปเหลือต่ำกว่า 20% (ที่ต้องใช้เพื่อคงไว้ซื่งการเปิดอยู่ของรายการซื้อขาย) เทรดเดอร์จะได้่รับการแจ้งล่วงหน้าให้ดำเนินการเพื่อป้องกันการเกิด stop out ถ้าไม่มีการดำเนินการแก้ไขใด ๆ และเงินทุนลงไปต่ำกว่าระดับ stop out รายการซื้อขายทั้งหมดจะถูกปิด ที่ CLubFX ทุกประเภทบัญชีจะถูกกำหนดระดับของ stop-out level ไว้ที่ 20%

สิ่งที่ต้องทำเพื่อป้องกันการเกิด STOP OUT
  1. อย่าเปิดคำสั่งซื้อขายหลาย ๆ รายการพร้อมกัน คำสั่งซื้อขายที่มากขึ้นหมายถึงการใช้เงินทุนที่มากขึ้นเพื่อคงไว้ซึ่งการเปิดของรายการซื้อขายเหล่านั้น ให้มีเงินทุนคงเหลือไว้บ้างเพื่อเป็นมาร์จิ้นที่สามารถใช้ได้ เพื่อป้องกันการเกิด margin calls
  2. ใช้ stop loss เพื่อควบคุมการขาดทุนไม่ให้เกินกว่าที่จะควบคุมได้
  3. หากรายการซื้อขายนั้นไม่มีแนวโน้มที่จะกลับมาทำกำไรได้ เป็นการดีกว่าที่จะปิดรายการนั้นซะก่อน ในขณะที่คุณยังคงมีเงินอยู่ในบัญชี ดีกว่าที่จะให้โบรกเกอร์เป็นคนปิดรายการเหล่านั้นของคุณ และทำให้บัญชีของคุณไม่มีเงินทุนเหลืออยู่เลย
  4. การใช้เทคนิคการป้องกันความเสี่ยง (hedging) เทรดเดอร์หลายคนไม่มีความรู้เกี่ยวกับการเทรดแบบป้องกันความเสี่ยง (hedging) คุณไม่สามารถอยู่ได้นานโดยไม่ต้องใช้เทคนิคที่ผู้เชี่ยวชาญใช้เพื่อปกปิดความสูญเสีย ทุกคนจะต้องมีการขาดทุนบ้างในบางครั้ง
  5. หากคุณได้รับการแจ้งล่วงหน้า (นั่นคือในกรณีที่ marging call มีค่ามากกว่า ระดับ stop out) ให้ใช้วิธีการเพื่อเพิ่มทุนในทันที เช่น บัตรเครดิต เพื่อเพิ่มเงินในบัญชีของคุณ

การจัดการรายการซื้อขายที่เหมาะสมเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันไม่ให้เกิด stop outs